ตัวอย่างงาน

วิเคราะห์แอดไม่ขายจากรายงานทั้ง Funnel

หาจุดที่ผลตกตั้งแต่การแสดงผล คลิก เข้าเว็บ ทัก จนถึงซื้อ โดยไม่โทษชิ้นงานก่อนเห็นหลักฐาน

ดูตัวอย่างก่อนเริ่ม

ดูตัวอย่างจากโจทย์สมมติ แล้วเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นงานของคุณ

ข้อมูลที่คุณมี

ข้อมูลสมมติ: 1–7 ต.ค. ใช้เงิน 12,000 บาท, 240,000 impressions, 3,600 link clicks, 2,100 landing views, 180 messages, 18 purchases, revenue 27,000 บาท; attribution 7-day click; หน้าเว็บเปลี่ยนวันที่ 4 ต.ค.

ตัวอย่างผลลัพธ์

FACT: click→landing หาย 41.7% และ message→purchase 10%. HYPOTHESIS: หน้าเว็บหรือการนับ landing อาจผิด และขั้นตอนขายหลังแชทอาจมีจุดหลุด. CHECK: แยกก่อน/หลัง 4 ต.ค., ตรวจ redirect/tag และจับคู่แชทกับออเดอร์แบบไม่ใช้ข้อมูลส่วนตัว. ACTION: ยังไม่เพิ่มงบ; แก้จุดวัดและทดลองข้อความคัดกรองหนึ่งตัวแปร. MEASURE: landing rate และ paid-order rate ภายใต้นิยามเดิม.
เหมาะกับใคร
เจ้าของธุรกิจ ทีมการตลาด และคนดูแลโฆษณาที่ต้องตัดสินใจจากรายงานจริง
ใช้ทำอะไร
หาจุดที่ผลตกตั้งแต่การแสดงผล คลิก เข้าเว็บ ทัก จนถึงซื้อ โดยไม่โทษชิ้นงานก่อนเห็นหลักฐาน
ใช้คำสั่งอะไร

คำสั่งต้นฉบับ

วิเคราะห์งาน “วิเคราะห์แอดไม่ขายจากรายงานทั้ง Funnel” สำหรับ Facebook / Instagram จากข้อมูลของฉันเท่านั้น

ข้อมูลที่ให้
- รายงาน Ads ระดับ Campaign / Ad Set / Ad: [ข้อมูลรายงาน]
- เป้าหมายและยอดควบคุม: [เป้าหมายและขอบเขต]
- นิยาม Conversion และ Attribution: [การวัดผล]
- เหตุการณ์ที่เปลี่ยนในช่วงนั้น: [บริบทที่เปลี่ยน]
- ข้อจำกัดและรอบติดตาม: [ข้อจำกัด]

ตรวจข้อมูลก่อน
- ระบุ grain, ช่วงวันที่, เขตเวลา, สกุลเงิน, เป้าหมาย Campaign, Optimization/Conversion event และ Attribution window ข้อมูลที่ไม่มีให้เขียน “ยังไม่มีข้อมูล” ห้ามแทนด้วยศูนย์
- ตรวจ total/subtotal/breakdown ซ้ำ, แถวซ้ำ, missing, หน่วย, ค่าติดลบ และ data lag ส่วนที่ scope เทียบกันไม่ได้ให้หยุดเทียบ
- คอลัมน์ที่ควรมีสำหรับงานนี้: spend, impressions, link_clicks, landing_page_views, messages, purchases, revenue. ทำ mapping ชื่อคอลัมน์ก่อนคำนวณ และแสดงสูตรพร้อม numerator/denominator
- ตัดชื่อ อีเมล เบอร์โทร token cookie และข้อมูลที่ระบุตัวลูกค้าออกก่อนแนบ

วิธีทำงานนี้
จัดลำดับจุดตกของ Funnel และแยก delivery, click, landing, conversation และ purchase.
ห้ามใช้ CTR หรือ ROAS ตัวเดียวฟันธงสาเหตุ.

เกณฑ์ตัดสิน
- แยก FACT / HYPOTHESIS / CHECK / ACTION / MEASURE ห้ามแต่ง benchmark สาเหตุ หรือตัดสินจาก Metric เดียว
- ตรวจงบ ช่วงเวลา เป้าหมาย Conversion, Attribution, Tracking, margin/lead quality และเหตุการณ์ที่เปลี่ยนก่อนเสนอเพิ่ม ลด หยุด หรือโยกงบ
- การทดลองต้องเปลี่ยนหนึ่งตัวแปร ระบุ owner, risk, stop/rollback rule และวันอ่านผลตาม Attribution/data lag
- Prompt นี้ไม่เชื่อม API และไม่เปลี่ยน Campaign ให้ ผู้ใช้ต้องตรวจและอนุมัติเอง

รูปแบบคำตอบ
1. ขอบเขตและข้อมูลที่ยังขาด
2. ตาราง Metric / สูตร / แหล่งแถว / เทียบได้หรือไม่ได้
3. ปัญหา → หลักฐาน → สาเหตุที่เป็นไปได้ → หลักฐานค้าน
4. CHECK ที่เสี่ยงต่ำก่อน
5. ACTION: owner / risk / stop rule / rollback
6. MEASURE: data source / Attribution / วันที่อ่านผล
7. สรุปสำหรับคนตัดสินใจและสิ่งที่ยังห้ามสรุป

คัดลอกแล้วเปิดต่อ

ChatGPTClaudeGemini

ข้อมูลที่ต้องเปลี่ยน

[ข้อมูลรายงาน][เป้าหมายและขอบเขต][การวัดผล][บริบทที่เปลี่ยน][ข้อจำกัด]

สร้างคำสั่งของฉัน

เอาแนวนี้ไปใช้กับงานของคุณ

ใส่ข้อมูลเท่าที่มี เดี๋ยว KlangPrompt จัดคำสั่งให้

ใส่ข้อมูลที่ตรวจแล้ว ถ้าส่วนสำคัญยังไม่ครบ AI จะถามก่อนทำงาน

  • ควรรู้ก่อนใช้ใช้วิเคราะห์ข้อมูลที่ผู้ใช้ให้เท่านั้น ไม่เชื่อมบัญชีโฆษณา ไม่แก้แคมเปญ และไม่รับประกันยอดขาย ต้องตรวจช่วงเวลา นิยาม Conversion, Attribution, สกุลเงิน และการเปลี่ยนแปลงอื่นก่อนนำคำแนะนำไปใช้
  • แหล่งข้อมูลwww.facebook.comwww.facebook.comstorage.googleapis.com
    ตรวจล่าสุด 2026-10-08

เริ่มใช้ใน 3 ขั้น

  1. ดูตัวอย่าง แล้วใส่ข้อมูลของคุณในช่องปรับคำสั่ง
  2. คัดลอกคำสั่ง แล้วเปิด ChatGPT, Claude หรือ Gemini
  3. วางคำสั่ง แล้วตรวจชื่อ ตัวเลข และรายละเอียดก่อนนำคำตอบไปใช้