บทความ
เตรียมข้อมูลก่อนทำโปรร้านอาหาร
เลือกโปรร้านอาหารจากเป้าหมายร้าน เช็กเงินเหลือต่อชุดและกำลังครัว พร้อมตัวอย่างเงื่อนไข ก่อนทำภาพหรือโพสต์ขาย
ก่อนทำโปรร้านอาหาร ให้ตอบสามข้อ: อยากขายอะไรเพิ่ม เหลือเงินต่อชุดเท่าไร และครัวรับเพิ่มได้กี่ชุด จากนั้นค่อยทำภาพและแคปชัน การลดราคาอย่างเดียวอาจเพิ่มออเดอร์ที่ร้านทำไม่ทัน หรือทำให้ขายมากแต่เหลือเงินน้อยลง
เลือกโปรตามงานที่ต้องการแก้
ถ้าต้องการให้ลูกค้าลองเมนูใหม่ อาจจัดเมนูนั้นคู่กับเมนูที่ลูกค้ารู้จักอยู่แล้ว ถ้าต้องการเพิ่มยอดช่วงบ่าย ควรกำหนดเวลาของโปรให้ตรงช่วงที่ครัวยังรับได้ ไม่จำเป็นต้องลดทั้งวัน
ลองเทียบสามแบบก่อนเลือก
- ชุดอาหารกับเครื่องดื่ม: เหมาะเมื่ออยากเพิ่มรายการต่อออเดอร์ ต้องตรวจว่าคิวทำเครื่องดื่มจะกลายเป็นจุดรอหรือไม่
- โปรเฉพาะช่วงเวลา: เหมาะเมื่อมีช่วงว่างจริง ต้องบอกเวลาเริ่มและเวลาสิ้นสุด รวมถึงสาขาที่ร่วม
- จำนวนจำกัดต่อรอบ: เหมาะเมื่อวัตถุดิบหรือกำลังครัวมีขีดจำกัด ต้องมีคนดูจำนวนคงเหลือ ไม่ใช้คำว่า “จำกัด” ถ้าร้านไม่ได้จำกัดจริง
นี่เป็นตัวเลือกเพื่อวางแผน ไม่ใช่สูตรที่รับประกันยอดขาย ต้องเทียบกับยอดปกติของร้านและต้นทุนก่อนตัดสินใจ
ตัวอย่างคำนวณเงินเหลือต่อชุด
ตัวเลขต่อไปนี้เป็นโจทย์สมมติ ไม่ใช่ต้นทุนมาตรฐานของร้านอาหาร
- ราคาชุดอาหารและเครื่องดื่ม 99 บาท
- วัตถุดิบอาหาร 35 บาท
- วัตถุดิบเครื่องดื่ม 12 บาท
- บรรจุภัณฑ์ 7 บาท
รวมค่าใช้จ่ายสามรายการ 35 + 12 + 7 = 54 บาท เหลือ 99 − 54 = 45 บาทต่อชุดก่อนค่าใช้จ่ายอื่น ยังไม่ใช่กำไรสุทธิ เพราะยังไม่ได้หักค่าแรง ค่าเช่า ค่าส่ง ค่าธรรมเนียม หรือรายการอื่นที่ร้านมี
ถ้าร้านออกส่วนลดอีก 10 บาทเอง โดยค่าใช้จ่ายเดิมไม่เปลี่ยน จะเหลือ 35 บาทก่อนค่าใช้จ่ายอื่น ต้องใส่ผู้รับภาระส่วนลดให้ถูก อย่าสมมติว่าแพลตฟอร์มจ่ายให้ทั้งหมด
ถ้ายังไม่รู้ค่าธรรมเนียมหรือเงื่อนไขแคมเปญ ให้หยุดที่การคำนวณเบื้องต้นและตรวจข้อมูลบัญชีร้านก่อน ไม่เดาเปอร์เซ็นต์จากร้านอื่น
เช็กว่างานครัวทำทัน
ตัวอย่างอีกกรณี: ครัวทำได้ 30 จานต่อชั่วโมง และช่วงเที่ยงมีออเดอร์ปกติ 24 จานต่อชั่วโมง จึงเหลือช่องว่างตามตัวเลข 6 จาน ถ้าจะรับโปรเพิ่ม 15 ชุด ชุดละหนึ่งจานในชั่วโมงเดียว รวมเป็น 39 จาน ซึ่งเกินกำลังที่ให้มา 9 จาน
ตัวเลข 6 ไม่ใช่คำรับประกันว่าจะทำทัน เพราะเมนูอาจใช้เตาหรือคนละจุดกัน ให้ทีมครัวตรวจอีกครั้งก่อนกำหนดจำนวนโปร อาจลดจำนวนต่อรอบหรือย้ายเวลาได้เฉพาะเมื่อช่วงนั้นมีกำลังเหลือจริง
เขียนเงื่อนไขให้คนสั่งไม่ผิด
ก่อนส่งให้คนทำภาพ ต้องได้คำตอบครบว่า
- ราคาได้อาหารและเครื่องดื่มอะไรบ้าง ขนาดใด
- เปลี่ยนเมนูหรือเพิ่มของได้ไหม ถ้าได้ เพิ่มเงินเท่าไร
- ใช้ที่หน้าร้าน ซื้อกลับบ้าน หรือเดลิเวอรี
- วัน เวลา และสาขาที่ร่วมโปร
- จำกัดจำนวนอย่างไร และใครเป็นผู้เช็กจำนวนที่เหลือ
- ใช้ส่วนลดอื่นร่วมได้หรือไม่ โดยอิงกติกาที่ร้านยืนยัน
แยกข้อความบนภาพออกจากแคปชัน
ภาพควรให้เห็นชุดอาหารที่ขายจริง ชื่อโปร ราคา และช่วงเวลาสำคัญ ส่วนรายละเอียดตัวเลือกและเงื่อนไขที่ยาวให้เขียนในแคปชัน อย่าแต่งจานให้ดูเหมือนได้เครื่องเคียงหรือเครื่องดื่มที่ไม่ได้รวมในราคา
เมื่อต้องเปลี่ยนราคา ให้แก้ทั้งภาพ แคปชัน เมนู และข้อความที่ทีมตอบลูกค้า ไม่ปล่อยให้แต่ละจุดใช้คนละยอด
ตรวจโปรกับข้อมูลร้าน
เปิด ตัวอย่างเช็กกำลังครัวก่อนทำโปร เพื่อดูวิธีเทียบจำนวนออเดอร์กับกำลังที่มี ส่วนคำสั่งเต็มและช่องปรับข้อมูลเป็นสิทธิ์ Pack ร้านอาหารและคาเฟ่
ถ้ายังเลือกชนิดโปรไม่ได้ อ่าน ไอเดียโปรโมชันจาก Wongnai for Business ประกอบได้ แล้วกลับมาตรวจต้นทุนและกำลังร้านของตัวเอง ข้อมูลโปรของแพลตฟอร์มแต่ละช่วงต้องตรวจแยก ไม่ใช้ตัวอย่างนี้แทนเงื่อนไขจริง
